ก่อนที่จะเริ่มเอนทรี่ งานนี้ก็ต้องขอฉลองกันหน่อยยย

กลับมาอัพบลอกครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีแล้วค่า ;{}; !!!


                สาเหตุที่ไม่ได้อัพไม่ใช่เพราะอะไร เพราะติดสอบนั่นเอง แน่นอน ช่วงชีวิต ม.6 มันต้องเต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติของเด็กสอบเข้าอยู่แล้ว และทุกๆคนก็คงรู้ดีว่ามันเป็นยังไง....และพอสอบติด ช่วงชีวิตรับน้องก็เข้ามา และก็เริ่มปรับตัวเป็นเด็กมหาลัยบลาๆๆ คณะสถาปัตย์ จุฬาซะด้วยแหนะ งานนี้ชีวิตพลิกผันยิ่งยวด แต่ก็นะตอนรับน้องนี่ สมกับรับน้องจริงๆ เป็นช่วงชีวิตที่ได้ใช้เวลาคุ้มค่าทุกวินาทีเลยทีเดียว ชอบจัง(แต่ตัวงานที่ต้องทำ ต้องเรียน ก็พาคิดนู่นนี่ นอนดึกตาปรือ แต่ชอบนะ ชอบคิดแบบมีคอนเซปต์ ถึงบางทีมันอาจจะไม่โดนใจ แต่มีความสุขที่ได้ลองคิดนะ 555+ ถึงสอบกลางภาคครั้งแรกจะแอบเฟลก็ตาม..)

                แต่แน่นอน พอมันเริ่มมีชีวิตช่วงว่างมากขึ้น ก็แอบได้มีเวลาดูอนิเมมากขึ้นนิดหน่อย(ได้ดูหนังเพิ่มขึ้นด้วย ตังค์ช้านนน 555+) ด้วยความที่ผ่านอนิเมหลากหลายรูปแบบ วิชาเริ่มแก่กล้า(?)และก็ชอบไปดูบอร์ดฝรั่ง บอร์ดนู่นนี่ เป็นผีสิงบอร์ด ดูเขาสนทนากัน discuss กันเรื่องอะไรบ้าง มันก็เริ่มจุดประกายว่า “เราอยากเขียนประเด็นนี้จัง” อยากศึกษาอะไรแบบนี้เพิ่มเติมบ้าง บางทีโยงไปเรื่อง architect โยงเรื่องการเมือง เรื่องประวัติศาสตร์วัฒนธรรม กีฬา หรือประเด็นอื่นๆเกินบรรยาย ก็เริ่มคิดว่า

 

สงสัยอนิเมมันจะเกินคำว่าส่วนนึงของชิวิตเราไปซะแล้ว มันให้อะไรกับเราหลายๆอย่างมากกว่าที่คิดจริงๆนะ

ตอนแรกเลยกะจะลองไปเขียน wordpress ดู เพราะรู้สึกว่าความคิดเมืองนอกออกจะเปิดกว้างกับอะไรแบบนี้มากกว่า แต่สุดท้ายจากสกิลอังกฤษตัวเองก็กู๊ดบายไป เอาว่ะ ถ้าอยากเขียนอังกฤษอีกที ก็กูเกิ้ลทรานสเลตก็ได้เอ้า//เกรียน

สำหรับวันนี้ ก็เป็นการฉลองเปิดบล็อกอีกครั้ง ก็ต้องเขียนเรื่องเกี่ยวกับ inspired ของหัวบล็อกเนอะ “Gundam age” นั่นเองงง

หลายๆคนฟังแล้วก็ร้องยี้ อะไรนะ ไออนิเมดีไซน์หน้าเด็กของเลเวลไฟฟ์  ไอกันดั้มภาคที่เรทติ้งตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ น่ะเหรอ  แถมบางคนบอกอีกว่าภาคนี้การเขียนบทห่วย เร่งเกิน ดราม่าไม่ถึงใจ มันไม่ใช่กันดั้ม...

แล้วทำไมเราถึงชอบถึงขนาดมาเอาเป็นหัวบล็อกได้

 

จริงๆตอนแรกก็ไม่ได้ชอบหรอก 555+ พึ่งมาเริ่มชอบเอาตอนยุคอาเซมุ(ยุค 2) จำได้เลยว่า ตอนแรกก็เหมือนทุกคนคือ ดรอปทิ้งไปช่วงซาลาม อุลบา(ช่วงตอน 6-7) แถวๆนี้เหมือนคนส่วนใหญ่ แต่พอเห็นหน้าอาเซะปี๊บ ก็ตะลอนมาราธอนเลย(แฟนเกิร์ลส่วนตัวป่าวหว่า ก็ชอบคาแรคเตอร์ดีไซน์แบบนี้ คิดถึงเอ็ดเล็กๆ หนุ่มผมยาวสีทองแอบเคะ//โดนเตะ) แล้วก็ต้องบอกจริงๆว่าช่วงหลังๆของภาคฟลิทมันสนุกขึ้นจริงๆ ยิ่งช่วงอาเซมุไม่ต้องพูดถึง มันมีอะไรหลายๆอย่างที่โดนใจโคตรๆ (ถึงขนาดสั่งคอมมิกของญี่ปุ่นไป อันนี้จริงๆก็เพราะลายเส้นน่ารัก...) ถึงช่วงคิโอความคลั่งจะตกลงไปบ้าง แต่ก็ยังพอไหวอยู่ อืมมมม แต่วิจารณ์อนิเมรวมๆ ค่อยเอาหลังจากมันจบดีกว่าเนอะ เหลืออีกตั้งเกือบ 10 ตอน...

แล้ววันนี้เราจะพูดถึงอะไร...พูดถึง มุมมองทางโลกและสงครามที่แตกต่างของ 3 ปู่ พ่อ ลูก ตระกูลอาสุโนะนั่นเองงง

มันคือสิ่งที่เราใฝ่ฝันไว้ตลอดตั้งแต่เริ่มต้นดูเรื่องนี้ 3 ชะตากรรมที่มาผูกพันกันเพื่อสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่..ทั้งของในเรื่องเอง และของโลกกันดั้มด้วย...เพราว่า คงไม่มีกันดั้มภาคไหนแน่ ที่ให้ตัวเอก 3 คน มามีอุดมการณ์ต่างกันสุดโต่งแบบนี้และอยู่ร่วมกัน

เนื้อหาแอบเวิ่นและสปอยมากมายนะจ๊ะ

.

.

.

.

.

.


คนแรกคือ ฟลิท อาสุโนะ คุณปู่ตัวแทนของอุดมการณ์ ทำลายอีกฝ่ายให้สิ้นซาก ด้วยแรงผลักดันในการแก้แค้นที่เกิดจากการตายของยูริน หญิงสาวคนแรกที่เขาหลงรัก ผู้การโกรเดคที่เขานับถือ มารดาของเขา มารินะ รวมถึงประชาชนที่ถูกเข่นฆ่า โคโลนี่ที่ถูกทำลาย เมืองที่ถูกเผาเป็นจุล จากเด็กน้อยวัยสิบสี่ ผู้ซึ่งเคยมุ่งหน้าสู่หนทางการเป็น ผู้กอบกู้(savior)” กลับเติบใหญ่และขอปฏิญาณทั้งกายและใจว่า จะกำจัดเวแกนให้สิ้นซากลงให้ได้ ถึงขนาดจะฝึกหลานตัวเอง(คิโอ)ให้เป็นเครื่องจักรสังหารฆ่าแวแกน

จุดนี้แอบนึกถึงฮิตเลอร์อะไรนิด อะไรหน่อย.....

คนที่สอง อาเซมุ อาสุโนะ(ถ้ารุ่นคิโอ ก็รู้จักในนาม กัปตันแอซไปละกัน...) คุณพ่อ ตัวแทนอุดมการณ์ ถ้าสงครามมันจบลงไม่ได้ ก็ขอจำกัดความเสียหายไว้ในวงแคบที่สุด และขอให้ทุกอย่างจบลงในสภาพ stalemate(ทุกคนเอียนสงครามเพราะมันยาวนานเกินไป และสงครามกลายเป็นเรื่องแค่วงแคบๆไปในที่สุด)ด้วยความที่สมัยเขายังเป็นวัยรุ่น เขาได้เป็นเพื่อน(ที่สนิทมากๆซะด้วย >///<) กับเซฮาร์ต กาเรตต์ ซึ่งเป็นแวแกน และจากการค่อยๆเติบโต ตั้งแต่เรื่องที่ว่าเขาไมได้เป็น X-rounder เหมือนพ่อ สภาพแวดล้อมที่ว่า เขาเป็นลูกผู้บัญชาการทหารสูงสุด ทำให้เกิดความกดดันขึ้นมา ว่าตัวเองต้องทำให้ดีเหมือนพ่อ ศัตรูที่เป็นฝ่ายตรงข้าม หญิงสาวที่ตนเองแคร์ไปชอบศัตรู หรือจะเรื่องคาแรคเตอร์ที่เขานับถือที่สุดอย่าง วูล์ฟ ต้องมาตายจากไป...

จากคำพูดสุดท้ายของวูล์ฟ จงเป็นตัวของตัวเอง จงเป็น SUPER PILOT ซะ รวมถึงจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด ทำให้เขาตระหนักได้ว่า เขาควรจะต่อสู้เพื่ออะไร เขาควรจะต่อสู้ไปทำไม และตัวตนของเขาเองคืออะไร ใช่แล้ว ถึงเขาอาจจะไม่ได้เป็น X –rounder เหมือนพ่อหรือเซฮาร์ตแต่เขาก็สามารถต่อสู้เพื่อปกป้องคนที่เขารักได้อยู่ (กลับสู่ตัวของตัวเองที่อาเซะเคยเป็นในช่วงเริ่มต้นของภาคสอง เด็กหนุ่มที่ใจดีและชอบที่จะช่วยเหลือคนอื่นอย่างสุดกำลัง คนที่เซฮาร์ตชอบ) นำไปสู่การตัดสินใจไปเป็นโจรสลัด เพื่ออยู่ป้องกันไม่ให้ฝ่ายใดได้รับ EXA-DB(สุดยอดคัมภีร์เทคโนโลยีของสงครามสมัยอดีตกาล) ซึ่งสามารถพลิกผลแพ้ชนะสงครามได้ และขอเป็นผู้ชายหลังฉาก แอบแทรกแซงแต่ละฝ่าย เพื่อไม่ให้เกิดสงครามขนาดใหญ่มากขึ้นระหว่าง 2 ฝ่ายได้อีก เพราะเขารู้ว่า เวลาเท่านั้นที่จะเยียวยาทั้งสองฝ่ายได้ และเขาก็ไม่อยากให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายต้องมาเสี่ยงอันตรายด้วย(อาเซมุไม่คิดว่าเวแกนเลว หลักๆเพราะเซฮาร์ตนั่นแหละหนอ...)

ส่วนตัวคิดว่าอุดมการณ์ของอาเซมุคือสิ่งที่สมจริง และปฏิบัติได้จริงที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะในโลกกันดั้ม หรือโลกแห่งความเป็นจริงก็ตาม...ก็มีหลายคนเทียบกับสไตล์สงครามเย็นนะ อา ว่าแล้วอยากค้นข้อมูลเพิ่ม 555+

คนสุดท้าย คิโอ อาสุโนะ เด็กหนุ่มใสซื่อ อายุ 13 ผู้ที่มาพร้อมกับอุดมการณ์ อยากให้สงครามหยุดไป อยากให้ทุกคนเข้าใจกัน” เป็นอุดมการณ์ในฝันของแท้ สาเหตุที่เขาคิดแบบนี้ ก็เพราะความเป็นเด็กที่จู่ๆมาผ่านเจอสงครามมากมายด้วยส่วนนึงแล้วเกิดอาการรับไม่ได้ หรืออะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่แท้จริงคงเป็นเพราะการที่เขาได้ถูกเวแกนจับตัวไป และได้เรียนรู้ถึงโศกนาฏกรรมและเบื้องหลังการบุกโลกของพวกเขา(การเผชิญหน้ากับรังสีจากดาวอังคาร และต้องได้แต่ยอมรับความตาย และไม่อาจมีความสุขได้เหมือนคนบนโลก เพราะถ้ายิ่งมีความสุขหรือเจอเรื่องดีๆ ก็ทำให้การตายของตนนั้นทรมานขึ้นเท่านั้น) รวมถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของอิเซลคันท์ซึ่งผิดเพี้ยนไปจากการช่วยเวแกนให้พ้นจากโลกที่แสนโหดร้าย แต่เป็นการคัดเลือกมนุษย์เผ่าพันธุ์ที่เหนือกว่าเพื่อสนองการแก้แค้นให้ลูกชายของตน คิโอจึงเริ่มคิดว่า พวกเวแกนควรจะตาสว่าง เลิกช่วยอิเซลคันท์ และหันมาเจรจากันดีๆ แต่ก็นั่นแหละ โลกความเป็นจริงมันง่ายขนาดนั้นซะเมื่อไหร่ล่ะคิโอเอ๊ย

อืม...ถ้าเทียบสไตล์คิโอแล้ว คงออกแนวการเมืองนานาชาติยุคใหม่กระมัง ไม่ใช่ความรุนแรงและเจรจาโดยสันติ.

.

.

.

จะเห็นได้ว่า กันดั้มเอจจริงๆเป็นอนิเมที่คอนเซปต์ดีมากๆ และจริงๆก็สามารถอธิบายการกระทำของตัวละครเอกต่างๆได้อย่างครบถ้วน เพียงแต่การนำเสนออาจจะไม่ดีพอ ซึ่งก็เพราะจำนวนตอนที่บีบด้วยอะไรด้วย จะว่าไปก็โชคดีแล้วด้วยซ้ำที่เรื่องนี้จะฉายได้จบครบ 50 ตอน(ขอบคุณยอดขายยูนิคอร์นดังๆ 555+)

พออ่านมาจนจบแล่วหลายๆคนก็อาจจะตั้งข้อสงสัยว่า แล้วอุดมการณ์เหล่านี้สุดท้ายจะมารวมตัวกันยังไง  งานนี้ก็ต้องติดตามกันในช่วงสุดท้ายของเอจแล้วล่ะค่ะ ซึ่งทางเจ้าของบลอกเองก็ติดตามอย่างใจจดใจจ่อเลยทีเดียวเชียว และได้แต่หวังว่ามันจะจบสวยๆ XD

ก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะหันมามองกันดั้มเอจใหม่กันไม่มากก็น้อยเนอะ ! ให้โอกาสกันหน่อย เดือนหน้า dex ขายกันดั้มเอจแผ่นแรกแล้วด้วยนี่นา ก็ลองซื้อกันมาดูบ้างอะไรบ้าง ~! มันจะช่วยไปถึงยอดขายของญี่ปุ่นมั้ยเนี่ย 5555+(อยากให้ภาคนี้มันไม่ได้ยอดขายแย่สุดน่ะ T^T )

แล้วมาเจอกันใหม่เอนทรี่หน้านะคะ ><

edit @ 29 Jul 2012 00:20:18 by Inkkatako

edit @ 29 Jul 2012 09:04:40 by Inkkatako

Comment

Comment:

Tweet

#11 By (125.26.161.47|125.26.161.47) on 2014-05-11 09:16

วิจารณ์แบบนี้มีปัญญาไปสร้างแบบนี้รึป่าวคับ

#10 By Puppy love (103.7.57.18|125.25.74.47) on 2013-05-07 21:38

#6 ใช้พี่แบงค์ที่เชียนรีวิวกันดั้มเอจที่ J-hero รึเปล่าคะ ??open-mounthed smile

#9 By Inkkatako on 2012-09-25 17:54

#6 อย่างน้อยตอนจบยังแอบดีใจที่มีปแรับบทเล็กๆให้ฉากตอนฟลิทไม่ยอมยิงเวแกนมีเพิ่มคนอื่นๆที่เคยมีอิทธิพลในชีวิตฟลิทเข้ามาเตือนสติฟลิทด้วย...มันทำให้ดูสมเหตุสมผลขึ้นนิดหน่อย....ขืนไม่ยิงเวกันเพราะยูรินอย่างเดียว มันคงเป็นอะไรที่..นั่นแหละ เกินไปหน่อยน่ะค่ะ...
เพราะตอนที่เซฮาร์ทสติแตกช่วงตอนที่ 48 ก็เพราะเขารู้สึกผิดกับคนที่ยอมเสียสละชีวิตร่วมสู้กับเค้ามาเหมือนกัน มันก็เลยพอสื่ออารมณ์ฟีลเดียวกัน ถึงกันได้บ้าง ก็นะคะ ดูเป็นสองมุมการเดินทางที่แตกต่างดี แต่สะท้อนในคนละมุมได้ดีเหมือนกัน....
 #7 เห็นว่ามาโพสต์ตอนวันที่ฉายจบพอดี แอบรู้ตอนจบมาซักพักแล้วอ่ะค่ะ 555+ แต่ขอบคุณมากนะค๊า XD

#8 By Inkkatako on 2012-09-25 17:53

ตอนท้าย ฟริตคิดจะทำลายบ้านเกิดของแวแกน 
แต่ คิโคห้ามฟริต เอาไว้ จนฟริตคิดถึงพูดของยูรินเอาไว้
ผลออกมา คือ ฟริตสร้างสันติภาพ จนกลายเป็นวีรบุรุษในที่สุด

#7 By thaza (103.7.57.18|125.24.118.92) on 2012-09-23 23:13

ถ้าเนื้อเรื่องช่วงท้ายไม่ผิดจากเกมส์ก็เห็นฉากจบแล้ว! (ทำท่าแบบพี่เทพจีบสาว)
แต่หวังว่าช่วงท้ายคงมีอะไรๆมากกว่าในเกมส์หน่อยนะ
ปล.กลายเป็นชอบเรื่องนี้เพราะอาเซมจริงๆนั่นแหละ

#6 By GGFBank on 2012-09-23 09:20

#4 พอมาโฟกัสเรื่องอุดมการณ์ของ 3 คนที่แตกต่างทีไร เรื่องนี้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น 10 เท่าทุกทีสิหนอ 555+ ตอน 44 ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นชัดเลย ว่าพอเรื่องนี้เล่นกับแนวความคิดแล้วมันเจ๋งขนาดไหน เป็นตอนที่ดีที่สุดในรอบหลายๆตอนที่ผ่านมาเลยล่ะค่ะ cry

#5 By Inkkatako on 2012-08-21 22:03

ดูจนถึงตอนที่ 43 แล้วครับ แต่สัปดาห์ที่แล้วไม่มีการอัพลงเพิ่ม เลยรอลุ้นในสัปดาห์นี้ เนื้อหาดีมากๆ (แปลอังกฤษเกือบไม่ทัน) แต่ว่าเรทติ้งตกหรือเปล่านั้นไม่รู้เหมือนกันนะครับ

#4 By Siriwat (103.7.57.18|223.207.8.131) on 2012-08-18 21:05

#1 ใช่เลยค่า ชอบอาเซมุที่สุดเหมือนกันเลย แุถมภาค2เนี่ย ยังเป็นภาคที่เนื้อหาโดยรวม ดราม่าและลึกถึงใจที่สุดด้วย เลยยิ่งชอบใหญ่ 555+
#2 ตอนล่าสุดฟลิทลงไปร่วมแจมในสนามรบแล้ว 555+ งานนี้ต้องมีอะไรเกิดขึ้นบ้างล่ะquestion

#3 By Inkkatako on 2012-07-30 23:59

Hot! ตอนที่เฉลยอุดมการณ์ทั้งสามคนนี่ผมก็ว่าโอเคเลยนะ เหมือนกับว่าที่พยายามปูเรื่องมานานก็เพื่อคอนเซปต์นี้ยังไงยังงั้น sad smile   หวังว่าจะมาสนุกเอาโค้งสุดท้ายนี่ล่ะ

#2 By ไลก้าคุง on 2012-07-29 14:29

ได้ดูไปไม่กี่ตอนก็เกือบจะยอมแพ้เหมือนกันค่ะ เพราะลายเส้นและรุ่นคุณปู่
แต่สารภาพเลยค่ะว่าตกหลุมรักคุณพ่อมาก
อาเซมุ~ โดนใทั้งหน้าตาเเละนิิัสัย

#1 By B_Chan on 2012-07-29 13:40