กลับมาอีกแล้วนะคะ งวดนี้ก็อยู่ในช่วงหลังวันหยุดยาวพอดี ซึ่งจขบ.เองก็พึ่งผ่านพ้นมรสุมงานสตูมา 555+ จริงๆว่าจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงวันหยุดยาวแต่งานมันค้ำคอร์ XD เอาเหอะ แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็อดที่จะกลับมาเขียนบลอกที่นี่ไม่ได้ ก็มันมีหัวข้อน่าสนใจสุดๆให้เขียนนี่นา

ช่วงนี้ใครที่เป็นคออนิเมก็คงจะเห็นว่า อนิเมซีซั่นฤดูร้อนนั้นก็ได้ผ่านมาครึ่งทางแล้ว แต่ละเรื่องก็เริ่มเผยธาตุแท้ว่ามันสนุกหรือไม่สนุก แน่นอนตัวจขบ.ก็ได้ดูไม่กี่เรื่องหรอก(เวลามีมั้ยล่ะ 555+) แต่ก่อนจะเข้าถึงสิ่งที่จะพูดจริงๆในเอนทรี่นี้ ขอบอกเลยว่า มีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างผิดหวัง ช่วงนี้คือ sword art online  หรืออบต. ไม่บอกละกันว่าเซ็งตรงไหน ถ้าพูดมากเดี๋ยวดราม่าเปล่าๆ  เท่านั้นแหละ//แต่สาวๆหนุ่มๆเรื่องนี้น่าัรักจริง ไม่เถียง XD

เอาล่ะ จบๆกับการบ่นพรรณนาเวิ่นเว้อเท่านี้ เอนทรี่นี้จริงๆจะมาพูดถึง Kokoro connect ตะหากเล่า

Kokoro connect เป็นเรี่องที่เปิดตัวตรงข้ามกับ SAO มากๆ คือตอนแรกก็ได้ยินมาล่ะนะว่าเปิดตัวได้ไม่ดี คนให้คะแนนความน่าติดตามต่อน้อยมาก แน่นอน มันก็เลยทำให้ตอนแรกจขบ.ไม่ได้สนใจเลยซักนิด. ผ่านไปประมาณ 3 อาทิตย์ก็เริ่มมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างถึงความดราม่า บทคาแรคเตอร์อันไหลลื่น มุขตลกที่แทรกได้อารมณ์เนียน เสียงพากย์อันยอดเยี่ยม งานภาพมาตรฐานดีไม่มีตกของเรื่องนี้ ตอนแรกก็ชั่งใจอยู่ว่าจะดู Natsuyuki(อนิเมสล็อต noitamina) หรือเรื่องนี้ดี  สุดท้ายผีเข้าไปทางเรื่องนี้ ดูไปดูมา น่านนนนนนน ค้นพบ real gem ของซีซั่นนี้แล้ว

เรื่องนี้จุดเด่นอย่างแรกที่ทำให้โดดเด้งออกมาเลย เห็นจะเป็นแนวพล็อตที่เป็นการเล่นกับจิตใจแบบ “จริงจัง” ประมาณชนิดที่ว่าใครสนใจเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ พฤติกรรม และจิตใจ มาดูเรื่องนี้จะต้องได้อะไรดีๆกลับไปมากมายแน่ๆ อีกทั้งยังแนบเนียน สมจริงและแตกต่างจากอนิเมแนวไฮสคูลฮาเร็ม เวิ่นเว้อ อยู่พัฒนาชมรม และเปิดปมตัวละครไปเรื่อยๆมีเรื่องรักๆ แล้วก็จบแฮปปี้ๆ โหลๆทั่วไป ด้วยการใส่อิทธิพลปัจจัยเหนือธรรมชาติเล็กๆน้อยๆ มาเสริมให้สามารถมีพล็อตพลิกผันได้แบบไม่ขัดหูขัดตา ซึ่งในที่นี้คือ Heartseed ผู้บงการเนื้อเรื่องเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นไอที่จู่ๆมีดราม่าเกิดขึ้นได้ฉับพลันน่ะ เรื่องนี้ก็มีเหตุผลรองรับด้วยนะเออ !!

อีกอย่าง ก่อนพูดถึงตัวละครต่างๆในเรื่อง มีเกร็ดเล็กน้อยที่จะทำให้ระหว่างดูเรื่องนี้แล้วมีอะไรน่าขบคิดและดูน่าสนุกมากขึ้น ลองนึกภาพดูว่าคุณเป็นนักประพันธ์บทละครหรือนักเรียนจิตวิทยาที่กำลังทำทีสิส คุณมีตัวละครหลักในมือ 5 คน  มีนิสัยแตกต่างกัน มีปมในใจพื้นฐานต่างกัน  คุณจะพัฒนาคาแรคเตอร์เหล่านี้อย่างไรให้ดำเนินเนื้อเรื่องแบบสมจริงแต่ในขณะเดียวกันก็น่าตื่นเต้น โดยมีปัจจัยเหนือธรรมชาติกดดันเสริมช่วยได้ในแต่ละช่วงเนื้อเรื่อง เพื่อดึงปมตัวละครออกมา และให้เกิดการพัฒนาของความสัมพันธ์ในทางใดทางหนึ่งอยู่ตลอด แค่คิดก็น่าสนุกแล้ว ยิ่งถ้าอยู่ในอารมณ์อยากแต่งนิยายล่ะก็นะ...XD

เนื้อหาต่อไปนี้แอบสปอยอนิเมจนถึงประมาณ ตอน 6 นะเออ !!(ประมาณจบนิยายเล่ม 1 ซึ่งในไทยก็มีขายโดย Luckpim ว่าว่างๆจะไปซื้อมาอ่านเทียบบ้างอะไรบ้าง...)

.

.

.

.

.

พึ่งรู้ไม่นานมานี้เหมือนกันว่าคนเขียนภาพประกอบนิยายเรื่องนี้คือคาราดีไซน์คนเดียวกับ K-on อนิเมะเลย พอเค้ามาทางสายนี้แล้วชอบมากๆเลยล่ะค่ะ สไตล์ดูอบอุ่นแบบโปรๆดี 


เอาล่ะ...ถ้าพูดถึงช่วงแรกของเรื่องนี้นั้น เห็นจะไม่เกริ่นถึงเธอคนนี้เลยก็คงไม่ได้ นากาเสะ อิโอริ หญิงสาวผู้ไม่แน่ใจกับตัวตนของตนเอง เนื่องจากการที่เธอต้องปรับตัวให้เข้ากับพ่อเลี้ยงซึ่งเปลี่ยนไปมาในชีวิตแล้วถึง 5 คน บางคนก็ใจดี แต่บางก็ต้องเอาใจ บางคนก็ชอบใช้ความรุนแรง...จนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ที่เธอกลายเป็นคนหลายหน้า แปลงนิสัยได้ตามสถานการณ์ แม้แต่กับเพื่อนตัวเองก็ตาม..เอ..เทียบกับอิโอริจะว่าไปแล้ว เพื่อนๆเคยเป็นบ้างไหม เวลาที่มีใครมาถามถึงนิสัยของเราเองแล้วเราไม่สามารถตอบได้ว่าเรานิสัยจริงๆเป็นอย่างไร? ชนิดที่ว่าทำแบบสอบถามใน I like หรือหนังสือทายใจกรุ๊ปเลือดอะไรก็ช่วยไม่ได้ เพราะกลายเป็นว่าเวลาเราอยู่กับสภาพแวดล้อมแบบนึงเราก็จะทำตัวแบบนี้ อยู่กับเพื่อนอาจจะทำแบบนั้น หรืออยู่กับแฟนก็อาจจะทำตัวหรือมีนิสัยแบบนึง แล้วอะไรล่ะคือตัวตนที่แท้จริงของเรา ??

ปัจจัยกดดันทางจิตวิทยาอย่างแรกของเรื่องนี้ หรือการ  “ สลับร่างแบบสุ่ม ” ซึ่งทำให้เธอรู้สึกแย่กับปัญหาของเธอยิ่งขึ้นไปอีก เพราะการสลับร่าง แปลว่า ตัวเราต้องไปอยู่ในร่างของคนอีกคนนึง และโดยปกติถ้าวิญญาณเราสิงอยู่ในร่างของคนอื่น เราก็จะระบุตัวตนของเราที่สิงอยู่ได้จากนิสัยที่เราคุ้นชินกับคนๆอื่น  เราอาจจะเนิร์ด อาจจะหื่น อาจจะฮา แต่ถ้าตัวเรานั้นไม่ได้มีนิสัยที่บ่งชัดแน่นอนขนาดนั้นล่ะ สุดท้ายเราก็จะต้องหายไปในร่างของคนอื่น ตัวตนของเราจะถูกลืมเลือนหายไป กลายเป็นเข้าใจว่าตัวตนของเราคือใบหน้าของร่างที่เราสิงอยู่งั้นหรือ ???

 

เมื่อไม่นานมานี้ จขบ.ได้เรียนเกี่ยวกับหลักจิตวิทยาของมาส์โลว์  ความต้องการมีสถานภาพ และความต้องการค.รักและค.เป็นเจ้าของ ล้วนเป็นความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์เราโดยทั่วไปทั้งสิ้น  ไม่รู้เพราะ อินาบะ ฮิเมโกะ มองเห็นถึงปัญหาข้อนี้หรืออย่างไร เธอถึงได้พยายามให้อิโอริได้ไปอยู่คู่เป็นแฟนกับชายหนุ่มนาม ยาเอกาชิ ไทจิ (ที่อิโอริเองนั้นก็แอบชอบเขาอยู่แล้ว) เธอจะได้มีคนที่คอยไว้ใจอยู่เคียงข้างและเป็นที่ระบายได้ในยามเธอลำบาก ทั้งที่ใจจริงแล้ว ตัวอินาบะเองเธอก็ชอบไทจิเหมือนกัน

 

 

หลายๆคนที่อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะงง จู่ๆ ไทจิกับอินาบะอะไรนั่นมาเกี่ยวกันได้ไง ก็ต้องพูดกันหน่อยละนะ  ว่าพวกเขาคือใคร ไทจิ คือไอ้บ้าคนหนึ่งที่ชอบช่วยเหลือคนอื่นโดยที่ไม่ค่อยแคร์ตัวเองซักเท่าไหร่ ชอบกีฬามวยปล้ำเป็นชีวิตจิตใจ ชอบทำงานอาสาสมัคร แต่ใจจริงแล้วนั้น การช่วยเหลือต่างๆนั้นกลับเป็นการตอบสนองความต้องการของตนเองที่ทนเห็นคนอื่นเจ็บปวดไม่ได้เท่านั้นเอง หรือง่ายๆคือช่วยเพื่อสนองนี๊ดมากกว่าช่วยจากใจจริง... เรียกได้ว่าทำลายภาพพจน์พระเอกใจดี ขี่ม้าขาว พ่อพระแบบพระเอกฮาเร็มเรื่องอื่นๆไปได้กระจุย หรือจะเป็นอินาบะ หญิงสาวผู้ที่ไม่ค่อยไว้ใจคนอืนเท่าไหร่นัก ปกติเป็นคนค่อนข้างเด็ดขาด เฉียบขาด มีความเป็นผู้นำ เป็นเจ้าหญิงชาเย็น ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของตน แอบจะขี้กังวล และ เก็บความรู้สึกเก่ง ซึ่งเธอก็มองการสลับร่างนี้เป็นเหมือนการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของเธอ

แต่เรื่องนี้จะไม่ครบองค์ประชุมเลย ถ้าขาด ยูอิ สาวคัพ A ผมยาวสวยน่ารัก เพื่อนสนิทของอิโอริและอินาบะ ซึ่งเป็นโรคกลัวผู้ชายเพราะเธอเคยเกือบจะโดนปลุกปล้ำประทุษร้ายตอนม.ต้น อ๊ะ..แต่ผีมือคาราเต้และการใช้ความรุนแรงเวลาโกรธของเธอนี่โหดอย่าบอกใคร และ อาโอกิ ชายหนุ่มผมบลอนด์ที่คอยตามตื้อยูอิไม่หยุดหย่อน และหวังจะคว้าใจเธอไว้ให้ได้ อ๊ะ แน่นอน 5 คนนี้อยู่ชมรมเดียวกันคือชมรมวิจัยวัฒนธรรม ชมรมของคนที่หาชมรมถูกใจในรร.ไม่ได้ เลยมาทำอะไรตามใจตัวเอง...

หลังจากอ่านเนื้อเรื่องและเกริ่นตัวละครมาพอสมควรแล้ว หลายๆคนถามว่า เรื่องนี้จะมีการเล่นแค่ปัจจัยสลับร่างจนจบหรือ แล้วมันจะเกี่ยวความสัมพันธ์กับคน 5 คนนี่ได้สุดยอดขนาดนั้นเลย ??  ไม่ใช่นะๆ อย่างที่พูดไปว่า เรื่องนี้คือการรวมหลักจิตวิทยาไว้ด้วยกัน และใช้ในจังหวะที่เหมาะสมเพื่อให้เนื้อเรื่องก้าวหน้าอย่างลงตัวและน่าสนใจ  

เพราะฉะนั้น ในบทที่ 2 การปลดปล่อยความปรารถนาแบบสุ่ม ก็จะยิ่งเป็นการต่อยอดถึงผลลัพธ์ในเรื่องราวความสัมพันธ์จากบทที่ 1 ให้ก้าวหน้า ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและดราม่าซับซ้อน ปมขมวดลึกยิ่งขึ้นไปอีก(แอบกระซิบให้ว่า ถ้าบท 1 เน้นพัฒนาคาแรคเตอร์อิโอริ บทสองจะเน้นที่อินาบะค่ะ ฮรี่ฮรี่ อินาบะคนโปรดจขบ. XD กำลังติดตามอยู่เลยว่าเธอจะพัฒนาไปในทางไหนบ้าง เพราะขนาดเริ่มตอน 6 มาก็เอโร่ยสุดๆแล้วสิ ทั้งดราม่า ทั้งซีนแบบนั้น กดดันแทนเธอมากจริงๆ ยิ่งถ้าใครเห็น ED2 นะ T^T)

ยิ่งอย่างนี้อาจมีคนมีคำถามในใจว่า เอ แล้วบทสรุปตอนช่วงบท 1 มันเป็นอย่างไรมาล่ะ อันนี้แนะนำให้เพื่อนๆไปดูเองค่ะ เพราะมันสุดยอดมากจริงๆ ขนาดเรียกน้ำตาและช็อกโลก ลุ้นตัวโก่งได้มากๆเลยทีเดียว ประมาณว่าถ้าสปอยไปไม่ลุ้นแน่นอน นี่แหละ คือเสน่ห์ของเรื่องนี้ แนว slice of life/romance/drama/comedy เล็กๆ แต่กลับคาดเดาอะไรไมได้เลย นี่ขนาดตอน 5 นะเนี่ย !!!  แถมการตัดสินใจต่างๆ ฟิลลิ่งของตัวละครก็แสดงได้สมจริงอีกตะหาก

เอาเป็นว่า มารีวิวพอเป็นพิธี แต่แนะนำให้เพื่อนๆไปลองมาราธอนดูกัน รับรองไม่เสียใจแน่นอน

แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ ><

ปล.เรื่องนี้มีการใช้ภาพตัวอย่างตอนต่อไปได้เร้าอารมณ์กับอินโทรเพลงปิดมากๆเลย จริงๆอนิเมหลายๆเรื่องควรเปลี่ยนมาทำแบบนี้นะ มันครีเอทีฟกว่าเอา ED มาแปะเฉยๆแล้วตามด้วยตัวอย่างตอนต่อไป ไปวันๆ.....

ปล2. งาน Device of wonder เรอะ......//นั่งเพ้อ 5555+

edit @ 18 Aug 2012 10:54:10 by Inkkatako

Comment

Comment:

Tweet

#3 แอบๆเป็นแฟนคลับเดนตายมากๆเมื่อก่อนค่ะ 555+ แต่พอภาค BH จบก็แอบไมไ่ด้ตามข่าวเท่าไหร่เลย 

#4 By Inkkatako on 2012-09-25 18:42

Hot! Hot! Hot!
ชอบบล็อกนี้มากๆเลยค่ะ วิจารณ์ได้ตรง แน่น แนะอ่านสนุกมากเลย
ว่าแต่เห็นลิ้งไปFMA บอร์ดเยอะ เจ้าของบล็อกก็เป็นแฟน FMA รึเปล่าคะ
ว่างๆอัพเดทข่าวสาร FMA ให้หน่อยจิconfused smile

#3 By jomkwan on 2012-09-13 10:33

ชอบบทพูดกับแนวคิดของเรื่องนี้มากๆ มันรู้่สึกว่าเหมือนเป็นอะไรที่มีเรื่องอื่นเคยทำมาก็จริง แต่มองอีกด้านมันก็เป็นการพลิกมุมมองใหม่ๆให้กับอนิเมแนวๆนี้ได้มากทีเดียว
ปล.สาวกอินาบันค่ะ อวยสู้ๆ 555+

#2 By Inkkatako on 2012-08-26 11:03

เรื่องนี้ผมก็ตามครับ มันดรามาได้ใจมาก บทแรกนี่ถึงกับอึ้งเลยทีเดียว ตอนแรกก็ไม่กะตามเหมือนกันครับ แต่อะไรไม่รู้ดลใจบอกว่าเรื่องนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างที่เห็น ก็เลยดูต่อจนติด sad smile เยี่ยมจริง ๆ
ปล. ชอบอิโอริ หุหุ

#1 By BoatKung on 2012-08-21 20:53