หวัดดีค่า ในที่สุดก็ได้รีเทิร์นกลับมาอัพซักที !!!

ซึ่งที่ห่างหายไปเดือนนึงได้นี่ ก็เพราะต้องไปขลุกตัวทำผลงานไฟนอลโปรเจคของเทอมแรก ไหนจะสอบปลายภาคอีก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเรียบร้อย ถึงเวลาของปิดเทอมแล้วก็การได้นอนอย่างเต็มอิ่มครบตามมาตรฐานสากลซะที(หัวเราะ) นี่สินะ ชีวิตเด็กถาปัต พอได้ว่างทีนึงแล้วเหมือนชีวิตเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ เพราะชีวิตก่อนหน้านี้คือ แค่หาเวลาว่างมาดูอนิเมนี่ยังยากเลย งานรัดตัว รัดติ้ว เฉียดเดทไลน์ตลอด ส่วนตอนนี้ก็ เวิ่นนนนนนนนน 555+//แต่ก็ยังมีการบ้านปิดเทอมอยู่ล่ะนะ เยอะพอสมควรด้วย แต่ค่อยเริ่มเคลียร์ซักวันจันทร์ก็ไม่สายละ XD

สำหรับกลับมาอัพครั้งนี้ ฉีกแนวไปในทางที่ตัวเองไม่ได้เข้าไปแตะซักพักใหญ่อย่างไรเดอร์(สารภาพว่าเคยดูเต็มๆแค่ ภาค w อย่างเดียว ซึ่งมัน..เนื้อเรื่องมันดีมาก แถมบรรยากาศแนวสีบสวน พัฒนาการคาแรคเตอร์โคตรดี ตัวร้ายมีเสน่ห์ แทบจะจดจำเป็นตำนานในใจเลย) ซึ่งในปีนี้ด้วยดีไซน์ที่แลดูหล่อ เรียบง่ายแต่โดดเด่นด้วยชุดสูทยาวสุด cool ที่ไม่เคยมีไรเดอร์หลักตัวไหนใส่มาก่อน อีกทั้งพระเอกในร่างปกติเองก็หล่อดี เนื้อเรื่องฟังๆแล้วถึงเรียบง่ายไปนิดแต่เหมือนเล่นอะไรต่อได้อีกมาก ทำให้เราตัดสินใจมาลองดู “Kamen Rider wizard” จนได้

ผ่านไป 4 ตอน ก็เป็นเวลาอันเหมาะสมที่จะมาพรี-รีวิวเป็นพิธีซะที เพราะ 4 ตอนแล้ว ก็พอเริ่มจะจับแนวทางการดำเนินเรื่องได้แล้ว ว่าจะไปในทิศทางไหนต่อ หรือมีจุดเด่นหรือจุดด้อยตรงไหนเป็นพิเศษที่น่ามาเล่าสู่กันฟังกัน ~

จุดเด่นอย่างแรกที่ดึงดูดเรื่องนี้เลยคือ ฉากต่อสู้ มีความรู้สึกเลยว่า ทุกๆครั้งที่วิซาร์ดเข้าไปสู้กับเหล่าสัตว์ประหลาดทั้งหลาย ตัวเองจะแอบอดไม่ได้ที่จะกรี๊ดดังๆในใจทุกครั้ง การใช้เวทมนตร์ การเปลี่ยนฟอร์มตามสถานการณ์ที่ไหลลื่น เป็นหนึ่งเดียวและเป็นธรรมชาติ ทุกครั้งที่ควักปืนมายิงหรือเปลี่ยนเป็นดาบฟาดฟัน หรือตอนขี่มอเตอร์ไซค์ มันทั้งมันส์ ทั้งมีออร่าแห่งความเท่แผ่ออกมาตลอดเวลาเลยทีเดียว อาจจะเป็นเพราะว่าดีไซน์ชุดไรเดอร์มันดีกว่าโฟร์เซ่หรือโอส์ด้วยก็ได้

ไหนจะการมีมังกรผู้ช่วยคอยช่วยปราบสัตว์ประหลาดตัวเอ้ในโลกแห่งความคิดที่พังทลาย “Underworld”(ตัวเอ้จริงๆ พวกสัตว์ประหลาดร่างคนๆหน่อยสู้ในโลกปกติ) ทำให้ฉากสู้ในเรื่องนี้มีหลากหลายรูปแบบมาก ดูแล้วไม่เบื่อ อีกทั้งพูดถึงจอมเวทย์ก็ต้องมีพูดถึง MP(ประมาณสไตล์มานาหรือขีดพลังที่เอาไว้ใช้เวทอะไรเทือกนั้น) ซึ่งพระเอกก็มีพลังเวทย์หมดด้วย อันนี้แหละเด็ดจริง 555+ ดูเป็นการช่วยจำกัดพลังของพระเอกให้ดูไม่เมพจนเกินไปดี

พอพูดถึง Underworld แล้ว หลายๆคนอาจจะถามขึ้นมาว่ามันคืออะไร สิ่งนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่เป็นแกนหลักของเรื่องเลยก็ว่าได้ เพราะมันคือเสี้ยวความทรงจำที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง แรงบันดาลใจและรอยยิ้ม ซึ่งส่งผลถึงการกระทำของตัวละครในเรื่องในปัจจุบัน เมื่อใดก็ตามแรงบันดาลใจ หรือ ความหวัง” ถูกสั่นคลอน และถูกทำให้พังทลาย เขาผู้นั่นก็จะกลายเป็นแฟนท่อม สัตว์ประหลาดผู้ถูกทำลายซึ่งความหวัง ซึ่งเหล่าหัวหน้ากลุ่มแฟนธอมก็หวังจะสร้างแฟนท่อมให้ได้มากที่สุดเพื่อหวังคืนชีพ “WISEMAN” ผู้ยิ่งใหญ่อีกครั้ง

เช่นในกรณีของจุนเปย์(ตัวละครชายในรูปข้างบน น่ารักนะ หวังว่าตอนหลังๆจะได้เด่นกับเขาขึ้นมาบ้าง ไหนๆก็ได้เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของพระเอกสมใจแล้ว 555+)ตลอดมาวาดฝันว่า ตัวเองอยากจะใช้เวทมนตร์ได้ ถึงเขาเองก็ตระหนักอยู่เสมอว่าในโลกความเป็นจริงเวทมนตร์นั้นไม่น่าจะมีอยู่จริง แต่เขาก็ยังไม่ละความพยายามและยังคงค้นหาหนทางในการทำให้เวทมนตร์เป็นจริงได้ต่อไป

วันหนึ่ง(ซึ่งจริงๆเป็นแผนหลอกเร่งความสิ้นหวังของพวกกลุ่มแฟนทอม = ตัวร้ายของเรื่องนี้) เมื่อมีความรู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะใช้เวทมนตร์ได้ ก็เลยเกิดอาการเหลิง ได้ใจ ยิ่งพอได้ออกทีวีก็ยิ่งเหลิง แต่พอต่อหน้ารายการถ่ายทอดสด ตัวเองดันใช้เวทมนตร์ไม่ได้ และโดนคนรอบข้างประณาม จนสุดท้ายชนเข้าอย่างจังกับความเป็นจริงอีกครั้ง ว่าไฟที่ตัวเองใช้มาตลอดเป็นฝีมือของแฟนท่อมเสกให้ และรู้สึกสิ้นหวังถึงขีดสุดว่าตัวเองคงใช้เวทมนตร์ไม่ได้จริงๆ นาทีนี้เองที่วิซาร์ดต้องเข้ามาสวมแหวน “engaged” คนๆนั้น และจัดการเรื่องให้เรียบร้อยซะ

ควบคู่กับเรื่อง Underworld ที่จะยังดูมีปริศนาอยู่อีกมากมาย การปูพื้นเนื้อเรื่อง(Setting) หลายๆอย่างของเรื่องนี้ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน อดีตของเหล่าตัวเอก ทั้งพระเอก(โซมะ ฮารูโตะ)ที่เกี่ยวข้องกับจอมเวทย์ขาวและเปนผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากพิธีสังเวยเริ่มต้นที่ก่อกำเนิดให้เกิดแฟนท่อมมากมายขึ้นมาบนโลกนี้  โคโยมิ ที่แลดูจะไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน รินโกะ หญิงสาวผู้มาจากกรมตำรวจ พูดถึงกรมตำรวจแล้ว ชอบมากๆที่มีมิติตรงนี้ด้วย มีความรู้สึกว่าไรเดอร์คนที่สองจะมาจากฝ่ายวิทย์นี่แหละ เพราะดูเหมือนตำรวจนี่พยายามปิดบังเรื่องแฟนท่อมเหลือเกิน ดูมีลับลมคมในชะมัด..

แต่ถ้าเอากันจริงๆแล้วพูดตรงๆ.. Concept  ของเรื่องนี้ไปๆมาๆมันค่อนข้างด้อยกว่า Fourze หรือ W  พอสมควรเลย มีความรู้สึกว่าชมรมไรเดอร์ในโรงเรียนหรือธีมนักสืบมันเป็นคอนเซ็ปต์ที่น่าสนใจกว่ามากเมื่อเทียบกับคอนเซ็ปต์เวทมนตร์และวิทยาศาสตร์...ซึ่งมีความรู้สึกซ้ำซากจำเจกับไรเดอร์สมัยก่อนมากกว่า ถ้าพัฒนาหรือดำเนินเรื่องไม่ดี ก็มีสิทธิที่จะจบแบบจืดชืดได้ในอนาคต... ณ จุดๆนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไป ว่าไรเดอร์วิซาร์ดนั้นจะมีวิธีไหนหรือไม่ที่จะถีบตัวเองให้ดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์แตกต่างจากไรเดอร์ภาคก่อนๆได้มากกว่านี้

 แต่ข่าวดีคือภาคนี้เรทติ้งที่ญี่ปุ่นดีมาก 555+ กลับขึ้นมาอยู่ในระดับ 7.0-8.0 เหมือนดับเบิ้ลได้ หลังจากภาคโอส์กับโฟร์เช่เรทติ้งทีวีดรอปไปพอสมควร คาดว่าเด็กๆชอบอะไรที่มันโครตเท่ห์อะไรแบบนี้//เราก็ชอบอ่ะ >///<

ว่าถ้าจัดตารางเวลาลงตัวกว่านี้ก็อยากไปลองดู fourze อยู่เหมือนกัน ดูแค่ตัว OP เฉยๆยังรู้สึกถูกใจและมีเสน่ห์เลย XD ได้ยินว่าแอบวายด้วยนี่นะ...(ข้อหลังนี่ไม่เกี่ยวละ)

ยังไงก็ตามแต่ เอนทรี่หน้าคงได้ทีมาอัพเกี่ยวกับอนิเมเดือนตุลาบ้างล่ะ ซีซั่นใหม่ทั้งทีก็มีอนิเมใหม่ๆน่าดูมากมาย ส่วนตัวจขบ.สนใจ Robotic;notes กับ Little busters! เป็นพิเศษ แต่ก็มีโอกาสสูงเหมือนกันที่จะมีเรื่องอื่นๆนอกจากนี้ที่จะมาแทรกแซงเป็นอันดับต้นๆในใจได้ ยังไงก็ต้องติดตามกันต่อไป แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ !!

edit @ 29 Sep 2012 22:04:17 by Inkkatako

Comment

Comment:

Tweet