หวัดดีค่า วันนี้ก็กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น นอกจากเราจะได้ไปเที่ยวหัวหิน-ชะอำแล้ว ยังเจอมรสุมชีวิตอย่างเกรดออก ทำเอาปวดตับ ปวดหัว มึนไม่เป็นอันทำอะไรเลยทีเดียว(มันเป็นการเปิดตัวชีวิตมหาลัยนี่นา แต่แบบนี้มัน 555+) แต่เก็บความเจ็บปวดนั้นไว้ แล้วใช้มันเป็นแรงผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างสมภาคภูมิเหอะเนอะ เอาล่ะ.. กลับเข้าโลกอนิเมกันดีกว่า(ฮะ...) ไหนๆการบ้านปิดเทอมก็เสร็จแล้ว...

อย่างที่สัญญากันไว้ หลังจาก Psycho-Pass กับ Robotic; notes ได้ฉายไปเรียบร้อย ก็ถึงเวลารีวิวพาร์ท 2 การเดินทางอันแสนวิเศษ ซึ่งพาร์ทนี้จะเน้นไปที่อนิเมที่มีความเป็นแอคชั่น เนื้อเรื่องร้อนแรง บู๊สนั่น โชเน็นและเข้มข้นมากขึ้น อีกทั้งยังตอบสนองอารมณ์แฟนเกิร์ลมากขึ้นด้วย จะเรียกได้ว่าเป็นอนิเมอีกกลุ่มเป้าหมายก็ไม่เชิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ดูได้ทุกคนแหละ 555+ เพราะพล็อตแต่ละเรื่องในพาร์ท 2 นี้ก็สุดๆทั้งนั้น และก็มีจุดเด่นที่เรียกได้ว่า ถ้าเรื่องไหนดึงจุดเด่นของตัวเองมาใช้ดีๆก็เตรียมตัวเป็นอนิเมแห่งซีซั่นได้เลย เอาล่ะรอช้าอยู่ไย มาเริ่มกันดีกว่า !!

PSYCHO – PASS


Comment ออกปากก่อนเลยว่าปกติไม่ชอบเนื้อเรื่องแนวพวกแนวตำรวจ องค์กรลับ เทคโนโลยีไซไฟแบบสไตล์แนวซีรี่ย์ฝรั่งซักเท่าไหร่ อาจจะเพราะเวลาเป็นซีรี่ย์ เรื่องพวกนั้นมันมีหลายซีซั่นแล้วแก่นเรื่องก็ไม่ค่อยไปไหนซะทีล่ะมั้ง (เคยหลงไปดูพักนึง 555+) แล้วก็เนื้อหาพอเวลาเกี่ยวกับทางวิทย์แรงๆแล้วบางทีต้องอาศัยสมองสูง อ่านซับไม่ค่อยทัน(ต้องหยุดบ่อย) ศัพท์ก็ยาก สุดท้ายดูไม่รู้เรื่อง ขี้เกียจหาซับไทยดูเสริม ก็ตัดจบเลิกๆไป แต่อคติเหล่านี้ก็สุญสลายไปเมื่อเจอการเขียนบทที่ยอดเยี่ยมของคุณ อุโรโบจิ เกน ปีศาจแห่งวงการ ผู้มีส่วนร่วมสำคัญในมาโดกะ และ เฟท/ซีโร่ หนึ่งในอนิเมท็อปคลาสแห่งปี ,จำนวนตอนที่แน่นอนอย่าง 22 ตอน  คาแรคเตอร์ที่ออกแบบโดยคุณอามาโนะ คนวาดรีบอร์น ทำเอาเห็นหน้าพระเอกกับตัวร้ายผมขาวเป็น 6918 มุคุโร่ฮิบาริลางๆเลยทีเดียว 555555+

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ !! ชอบตอนแรกที่แสดงถึงความป่าเถื่อนของจิตใจมนุษย์ได้ถึงใจดี ทำให้รู้สึกได้เลยว่าโลกมันเสื่อมโทรมเกินเยียวยาแล้วจริงๆ และนั่นก็คือที่มาของระบบวิทยาศาสตร์ของเรื่องนี้  การติดตั้งระบบวัดค่าจิตใจของมนุษย์ แสดงออกมาเป็นตัวเลขเรียกว่า PSYCHO-PASS   ยิ่งเครียดหรือกดดันมากยิ่งค่าสูง ซึ่งพอใครสูงจนเริ่มเห็นแววอันตราย ตำรวจจะสามารถยิ่งปืนพิเศษ  DOMINATOR โหมดยาชาเพื่อพาคนๆนั้นไปบำบัดรักษาได้ แต่ถ้าสูงเกินเยียวยาแปลว่าคนๆนั้นไม่ควรมีชีวิตอยู่ในสังคมอีกต่อไป  ปืนนั้นก็สามารถเปลี่ยนเป็นโหมดทำลาย เพื่อฆ่าคนๆนั้นได้เลย แต่จะยิงหรือไม่ยิงสุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้...

ข้อเสียของระบบนี้(เท่าที่ดูมา) คือตำรวจเหมือนกับชินชาและพึ่งพากับเทคโนโลยีเกินไป ใครที่ความกดดันเกินลิมิตก็ยิงแบบไม่คิดอะไร ซึ่งหญิงสาวผู้ซึ่งจบการศึกษามาใหม่ ผลการเรียนท็อปแต่ยังอ่อนด้อยต่อประสบการณ์เคสจริงอย่าง สึเนโมริ อาคาเนะ ได้ทำให้เราเห็นถึงผลเสียชัดเจนมากขึ้นว่าถ้าขาดสามัญสำนึก ผู้เคราะห์ร้ายซึ่งเป็นเหยื่อจากเหตุการณ์ของผู้กระทำผิดก็อาจจะถูกประหารไปด้วย ทั้งๆที่ไม่ได้ก่อความผิดอะไรเลย(แค่เครียด)

อืม..จริงๆแล้วคนใช้ปืนก็ไม่ได้มีแต่ตำรวจ แต่กลับมีหน่วยพิเศษที่มาจากอาชญากรเก่า เช่นโคกามิ ชินยะ ฯลฯ มาร่วมด้วย ด้วยเหตุผลว่าพวกเขาเชี่ยวสนามรบมากกว่า และยังสามารถเหนี่ยวไกปืนได้อย่างไม่ลังเลมากกว่า(ซึ่งก็เหมือนมัน...มีอะไรตะหงิดๆ) ว่าแต่...แล้วอย่างนี้อาคาเนะจะจิตใจสมบูรณ์ รักษาอุดมการณ์ไปได้จนจบหรือไม่ โชคชะตาของระบบนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป เหล่าอาชญากรที่มาร่วมด้วยมีที่มาที่ไปอย่างไร น่าสนใจมากๆ  เป็นเรื่องเหนือคาดของซีซั่นนี้จริงๆ

ROBOTICS;NOTES


Comment   เรื่องนี้คือเรื่องที่อวยเป็นอันดับหนึ่งของซีซั่นก่อนเริ่มฉาย และพอฉายก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความที่เนื้อเรื่องแทบจะเป็นแนวแฟนฟิคในฝันในใจ เลยก็ว่าได้ สาวน้อยน่ารัก ร่าเริงสดใส ไม่ย่อท้อต่ออะไรง่ายๆ ป้ำเป๋อเล็กๆ(นางเอกสไตล์นี้ เห็นแล้วมันหลงรักเป็นกรณีพิเศษ)ที่ชอบหุ่นยนต์เป็นทุนเดิม อยู่ชมรมหุ่นยนต์ และหวังจะสร้างหุ่นยนต์ตัวใหญ่ยักษ์ให้สำเร็จ ยิ่งดูจากตอนเปิดเรื่องแล้ว....หุ่นยนต์มันดันขยับได้ แล้วไหนจะสาวน้อยปริศนาที่โผล่มาตอนท้ายเรื่อง ทำไมมันให้ความรู้สึกว่าสุดท้ายหุ่นยนต์ที่พวกนางเอกสร้างมันจะ...ไปกู้โลกกกกก แค่ฟังก็น่าตื่นเต้นแล้วใช่มั้ยล่ะ !!

แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น ตามสูตรสำเร็จของการ์ตูนไฮสคูล(ฮา) ชมรมหุ่นยนต์นี้กำลังจะถูกยุบเพราะเหลือสมาชิกเพียง 2 คน คือ อากิโฮะ กับไคโตะ ทางเดียวที่จะทำให้ได้งบประมาณเท่าเดิมเหมือนสมัยพี่ของอากิโฮะคือต้องส่งหุ่นไปแข่งรายการ ROBO-ONE(ประมาณสร้างหุ่นขนาดไม่ใหญ่มากมาสู้กัน) แล้วต้องชนะรายการนั้นให้ได้ อีกทั้งดูท่าทางต้องหาสมาชิกเข้าชมรมเพิ่มให้ได้ด้วย !! พอถึงตรงนี้แหละ อยากจะกรี๊ดดังๆๆๆๆๆๆ คือประมาณว่า ถ้าใครอ่านบลอกนี้มา ดูจากหัวบลอกและคอมเมนต์ของกันดั้มเอจ...จะรู้ว่าเราชอบอาเซมุมากกกกกก และหนึ่งในสิ่งที่เสียดายที่สุดในพาร์ทนั้นคือชีวิตในโรงเรียน แล้วของอาเซมุมันแบบ ชมรมหุ่นยนต์ มีสร้างหุ่นไปสู้กัน  มีได้เซฮาร์ทกับโรมารี่มาเป็นสมาชิกเพิ่ม

อีกอย่างนึงก็คือดูเหมือนนางเอกจะมีปัจจัยกดดันที่คล้ายกับอาเซมุ คือดูเหมือนพี่สาวนางเอกจะประสบความสำเร็จอย่างมากกับชมรมนี้มาก่อน ถึงขนาดได้งบมหาศาลมาขอสร้างหุ่นยนต์ยักษ์ได้ ซึ่งนางเอกจริงๆก็แลดูเหมือนนับถือพี่ตัวเองแหละ (ก็เหมือนอาเซะนับถือพ่อตัวเองที่เป็นวีรบุรุรษอ่ะ) แต่แบบความกดดันระหว่างในครอบครัวเนี่ยมันส่งผลมากจริงๆ เล่นปมได้เยอะด้วย แล้วแต่ว่าจะไปทางไหน ก้าวข้าม เอาชนะ กลายเป็นตัวของตัวเอง อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์กับไคโตะเป็นองค์ประกอบเสริมด้วย ฮืออออ นี่มันการเติมเต็มเนื้อเรื่องที่หายไป ขอบคุณอนิเมเรื่องนี้จริงๆ ระหว่างดูมีความสุขมาก 555+

Magi


Comment  เรื่องนี้จุดเด่นอยู่ setting จริงๆ การนำเอาเรื่องราว อาหรับราตรี มาดัดแปลงเป็นเนื้อเรื่องที่ให้บรรยากาศแบบอาหรับ(ในตอนเริ่มต้นตอนนี้อ่ะนะ) ซึ่งไม่เคยมีอนิเมเรื่องใดทำมาก่อนอย่างชัดเจน ปริศนาและพื้นเพปูมหลังของคาแรคเตอร์ที่ค่อยๆแพลมออกมาทีละนิดๆ  คาแรคเตอร์ดีไซน์ที่น่ารักและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื้อเรื่องที่มีโอกาสปูไปสู่สเกลใหญ่และเกี่ยวข้องกับการเมืองและสงครามได้(ซึ่งเราแอบชอบเป็นการส่วนตัวเล็กๆ) รวมทั้งการใส่ความเป็นแฟนตาซีเข้าไปได้อย่างกลมกลืน ทำให้ไม่แปลกเลยที่เรื่องนี้จะครองใหญ่คนอ่านมากมายและเป็นหนึ่งในการ์ตูนฮิตมากเรื่องนึง ที่มีโอกาสก้าวขั้นเข้าสู่การ์ตูนยาวที่น่าจดจำ...

ส่วนตัวเรา ดูตอนแรกแล้ว..บอกตรงๆนะว่าไม่ค่อยชอบดู มัน... บอกไม่ถูก -*- เดินเรื่องเนือย มีมุขอึ๋มๆเพียบ เนื้อเรื่องตรงจุดที่ควรพีคของตอน อย่างตอนอาลาดินโชว์เทพก็เหมือน ไม่ใช่อ่ะ...แล้วแก่นเรื่องคืออะไร ตะลุยดันเจี้ยนเรอะ จะน่าสนใจมั้ยเนี่ย -*-แต่สรุปคือ อารมณ์เหมือนตอนแรกคือการเล่าเรื่องปูพื้นแนะนำตัวละครเท่านั้น แต่อย่างที่บอก ให้โอกาสแค่ตอนแรกดูจะโหดร้ายเกินไป เลยดูตอนที่ 2 ไปด้วย...

ปรากฏว่า เฮ้ย ความเป็นไปได้มันมาจากไหนมากมาย ยิ่งฉากตอนจบตอนนี่แบบ ฮึ่ย นี่มันค้างนะ ความอลังนี่มันอะไรกัน  อยากดูตอนต่อไปจัง เนื้อเรื่องไม่จบแค่ดันเจี้ยนแล้ว !! ยิ่งฟังคำคอมเมนต์จากหลายๆคนมา แล้วการที่เริ่มอ้างอิงถึงทวีปมืด ประเด็นเรื่องทาส  แล้วเห็นไหน OP เหมือนไปถึงจีนด้วย?? และดูท่าทางเคมีระหว่างอาลาดินกับอาลีบาบาจะแลดูน่าเอ็นดูกว่าที่คิด(เดี๋ยวมอร์กิอาน่ามาเสริมอีก ><) ก็เลยคิดว่า เอาล่ะ...ตามเรื่องนี้ต่อล่ะ!! ผ่าน !! แต่ต้องดูควบถึงตอน 2 ถ้าตอนแรกตอนเดียวนี่ไม่ผ่านนะ 5555+

Zetsuen no Tempest


Comment   มองภายนอก เรื่องนี้ก็อาจจะดูเหมือนแค่อนิเมที่ตัวเอก(มาฮิโระ)หดหู่ น้องสาวตาย ทำพันธะสัญญากับจอมเวทย์สาว(ฮาคาเซะ)ซึ่งโดนขับไล่จากตระกูลมาด้วยเหตุผลบางอย่าง  เพื่อแลกกับพลังที่จะตามล่าคนที่ฆ่าน้องสาว(ไอกะ) แต่น้องสาวตัวเองดันเคยไปเป็นแฟนกับเพื่อนสนิทที่ตัวเองไว้ใจที่สุด(โยชิโนะ)ซะนี่  แล้วพระเอกอีกคนนั้นก็แลดูมีท่าทีตายด้านน่าสงสัยบางอย่างแปลกๆ  และไหนที่เนื้อเรื่องจะบานปลายไปถึงเรื่องการที่ตระกูลของจอมเวทย์สาวนั่นนั้นต้องการจะฟื้นคืนชีพต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์บางอย่างขึ้นมา แต่ระหว่างพิธีกรรมนั้นก็มีผลข้างเคียงคือส่งผลกระทบให้คนในโลกภายนอกค่อยๆกลายเป็นเหล็กไป ซึ่งทางรัฐบาลก็พยายามปกปิดเรื่องนี้ไว้สุดชีวิต แต่ด้วยเรื่องหลายๆอย่าง ทำให้ลำบากถึงพวกพระเอกที่ต้องออกเดินทางเพื่อไปหยุดพิธีกรรมนั้นให้ได้ เพื่อโลกจะได้ไม่ล่มสลายไปซะก่อน

จริงๆแล้วถ้าสังเกตดีๆ เรื่องนี้จะมีอะไรหลายๆอย่างที่แอบอ้างอิงถึงความเป็นเชคสเปียร์อยู่  เช่นตัวมาฮิโระที่ลักษณะคล้ายๆ Hamlet โยชิโนะที่โดยสไตล์คล้าย Romeo หรือฮาคาเซะที่มีประวัติเริ่มต้นคล้ายคลึงกับ Prospero แต่ความแอบอิงบรรยากาศเทพนิยาย ไม่ใช่ตัวตัดสินเนื้อเรื่องแต่อย่างใด ส่วนตัวแล้ว เรื่องนี้ตอนแรกเปิดตัวได้อลังการมากกกก OST นี่มันบิ๊วท์สุดๆ อารมณ์ปริศนาในเรื่องก็ชวนให้ดูน่าฉงนและน่าติดตาม อนิเมฉากสู้โดน bones ยิ่งไม่ต้องพูด..

แต่พอตอน 2 มัน...บอกไม่ถูก แพ้เมไจราบคาบในเรื่องความเป็นไปได้ในอนาคต  มีความรู้สึกว่า เนื้อเรื่องมันเห็นแนวทางอะไรกลายๆ ไม่หลากหลายเลย แล้วอารมณ์ร่วม ความสนุก อะไรๆในเมไจก็มีเสน่ห์ให้น่าค้นหามากกว่า  ในขณะที่เรื่องนี้มัน มืดมน...เรื่องเวทมนตร์ก็ แปลกๆ...ไม่เนียนเท่าของเมไจ โลกโดยรวมก็ ตระกูลจอมเวทนี่มัน อะไร...แต่ของเมไจ เออว่ะ มีกษัตริย์การเมือง ด้วย อือหือ

แล้วก็...เราคิดว่าเวลาดูอนิเมเนี่ย ตัวเอกมีเสน่ห์ ชวนให้อารมณ์ร่วมมั้ยนี่ก็เป็นจุดสำคัญจุดนึง เพราะถ้าเราไม่ชอบพระเอก แล้วเราจะอินกับการดูเรื่องนั้นได้ไง ?? ยิ่งเวลาอาลีบาบาอยู่กับอาลาดิน สนุกกว่า มาฮิโระอยู่กับโยชิโนะ อันนี้สำคัญจริง เพราะถ้าไม่ใช่ฉากสู้ เราก็ต้องอยู่กับคาแรคเตอร์เหล่านี้ ถ้าเคมีไม่น่าดึงดูดพอ เนื้อเรื่องกว่าครึ่งก็พาลมึนๆไปด้วย ว่าไหม ??  สรุปตามต่อมั้ย อาจดูอีกซักตอนมั้ง ถ้าตอน 3 ไม่ไหวก็ บาย...

K


Comment  ด้วยเนื้อที่ๆเหลืออันน้อยนิด เพราะเกรงว่าเอนทรี่มันจะยาวไป  ก็บอกเลยละกัน ว่าดูตอนแรกเรื่องนี้แล้วจขบ.ขำแบบไม่มีสาเหตุ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน รู้สึกมันไร้สาระและนอนเซนส์มาก จู่ๆก็จริงจัง จู่ๆก็โรงเรียนซะงั้น แล้วไอฉากอาวุธลอยบนฟ้ามันอะไร อย่ามาอ้างว่าเล่าเรื่องแบบมีสไตล์นะ แล้วไอฉากสเก็ตบอร์ดฟิชอายนั่นโชว์งานภาพเทพเหรอ ไหนที่จะบอกว่าเรื่องนี้มันอนิเมแต่งสีน้ำเงิน ก็เออเนอะ น้ำเงินทั้งเรื่อง ถามว่าสวยมั้ย สวยดี แล้วส่วนคาแรคเตอร์ก็โอเค หนุ่มหล่อเยอะดี โดยเฉพาะหนุ่มแว่นชุดน้ำเงินคนนั้น

แต่ปัญหาคือแกนเรื่องคืออะไร หาทางจับพระเอกเหรอ โอเคหลายๆคนบอก จะรู้ไปทำไมตอนแรกเอง ก็เข้าใจน่า แต่คือแบบระหว่างดูมันงง มันสนุกใช้ได้แต่งง. แต่ที่โกรธจริงคือไปได้ยินบทสัมภาษณ์จากไหนก็ไม่รู้มาว่าเนื้อเรื่องจริงเริ่มตอน 6 แล้วยิ่งเห็นตอน 2 เซอร์วิสคุณแมวแล้วไปอ่านมาเขาบอกว่ากลายเป็นอะไรชิวๆไปแล้ว//สติแตก จริงๆชอบสไตล์ที่มันเน้นปูคาแรคเตอร์ให้แน่นก่อนแล้วค่อยเริ่มเรื่อง(แบบสุริทามะ) ทำดีๆ มันจะเป็นอนิเมที่แน่นมากๆนะ แต่คือ ตัวเอกมันต้องน่าคบด้วย คือพระเอกหัวขาวเรื่องนี้มันแลดูเกรียนอ่ะ ไม่ชอบเลย ไม่อยากตามต่อ ไม่อยากเห็นพัฒนาการของคนๆนี้ สรุป ซีซั่นนี้ดูเยอะมากแล้ว ตัดออกเรื่องไหนก่อนก็คือเรื่องนี้แหละ

เป็นอันจบกันไปแล้ว กับรีวิวอนิเมประจำซีซั่นตุลานี้ ถูกใจเรื่องไหนกันบ้าง?? ส่วนตัวเราชอบ Little Busters!, Chuunibyou, Robotic;notes ,Psycho-PASS ละก็ Magi คาดว่าเปิดเทอมก็คงจะมีเรื่องที่หายไปอีก ซึ่งคงเน้นที่ปัจจัยคาแรคเตอร์เป็นหลัก เพราะ เราเป็นคนที่ชอบดูสไตล์คาแรคเตอร์ลึก มีประวัติ มีที่มาที่ไป มีเหตุผลในการกระทำ มีหลายมิติ สุข เศร้า เคล้าน้ำตา และเสียงหัวเราะ ส่วนเนื้อเรื่องเอาให้ดำเนินเรื่องสม่ำเสมอ ไม่ถ่วงไร้สาระมากไป มีจุดพีค กดดันบ้างและถ้าทำต้องทำให้ได้สุดๆไม่กั๊ก และสุดท้ายก็...เห็นจุดจบได้ก็โอเคแล้ว  งานภาพไม่ต้องเมพ แค่เอาตัวรอดได้ก็โอเค

อย่าง KOKORO CONNECT, Chihayafuru, Tsuritama ผ่านคุณสมบัติสุดหฤโหด แล้วเป็นพวกท็อปซีซั่นในใจจขบ.ได้...ดังนั้น คิดว่าเรื่องไหนในซีซั่นนี้ที่เลือกมาจะรอดล่ะ 555+

แต่ยังไงก็ตาม เหลือปิดเทอมอีกแค่ 6 วัน ขอตัวไปพักผ่อนก่อนล่ะนะ ชะแว๊บบบบ แล้วเจอกันเอนทรี่หน้านะคะ !!

edit @ 20 Oct 2012 20:50:43 by Inkkatako

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเหมือนกันเลย เราว่า psycho pass มันส์มาก (ไม่เกี่ยวกับคาแรกเตอร์ตัวละครเท่าไหร่นัก)
ส่วน magi พอดีอ่านมังงะแล้วเลยดูเพื่อเช็กคุณภาพของอนิเมเฉยๆค่ะ (กลายเป็นอาลาดินบ้านม ก๊ากมาก)
Robotic;notes นี่เจ้าเดียวกับ steins;gate ป่าวคะ เป็น ; แล้วมันหลอนๆอ่ะ
ซีซั่นนี้เราโดนเยอะมาก (รวมโชโจมังงะอีกสามเรื่อง) สรุปดูกันตาแฉะเลยทีเดียวopen-mounthed smile

#1 By [ Sai ];charot on 2012-11-11 02:42